การศึกษาการนำทฤษฎีการจัดเส้นทางมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางในงานตรวจสอบภายในของ บริษัท ABC POWER จำกัด

The Study theories are applied to routing optimization of traveling in an internal audit of ABC POWER CO.

  • ศักดา พันชนะ

Abstract

บริษัท ABC POWER จำกัด ได้รับการยอมรับเป็นบริษัทผู้จำหน่ายน้ำมันที่ได้มาตรฐาน ที่ผ่านมาบริษัทประสบปัญหาการจัดเส้นทางการเดินรถ ซึ่งยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ปัญหาที่พบมาจากการใช้ความชำนาญบุคคลในการจัดการวางแผนเส้นทางการเดินรถตรวจสอบ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการตรวจสอบ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำระบบการบริหารเส้นทาง มาประยุกต์ใช้ในการจัดเส้นทางการตรวจสอบ ของบริษัท ABC POWER จำกัด โดยการเก็บข้อมูลจากการสังเกตอย่างไม่เป็นทางการ ของผู้ปฏิบัติงานในบริษัท และการเก็บข้อมูลทุติยภูมิจากหลายแหล่งทั้งในและนอกองค์กร
ผลการศึกษาพบว่าระบบการบริหารเส้นทาง ทำให้กระบวนการจัดเส้นทางจัดส่งสามารถลดระยะทางในการเดินทางตรวจสอบได้ถึง 867 กิโลเมตรต่อรอบ ช่วยให้การเดินทางตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งยังทำให้ต้นทุนในการเดินทางตรวจสอบลดลง


ABC POWER CO. Recognized as a leading supplier of oil to standard. The company faced the problem of routing traffic. This is not as efficient as it. Problems encountered by a person skilled in dealing with route planning review. This resulted in delays in the investigation.
This study aims to investigate the use of the route panning management system on Internal Audit of ABC POWER CO. And data search of secondary data from many sources, both inside and outside the organization
It was found that by introducing the route panning management the total distance was reduced from 1,757 km. to 890 km. Increase in frequency of route planning, reducing the operation cost.

Published
Oct 20, 2016
How to Cite
พันชนะ, ศักดา. การศึกษาการนำทฤษฎีการจัดเส้นทางมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางในงานตรวจสอบภายในของ บริษัท ABC POWER จำกัด. Journal of Logistics and Supply Chain Management Ramhkamhaeng, [S.l.], v. 3, n. 1, oct. 2016. ISSN 2351-0722. Available at: <http://ojs.ru.ac.th/index.php/Logistic/article/view/31>. Date accessed: 19 aug. 2019.